ขอขอบคุณ http://www.forbes.com
.jpg)

แฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นชุดนวนิยายแฟนตาซีจำนวนเจ็ดเล่ม
ประพันธ์โดยนักเขียนชาวอังกฤษ เจ. เค. โรว์ลิ่ง ซึ่งเป็นเรื่องราวการผจญภัยของพ่อมดวัยรุ่น แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเพื่อนสองคน รอน วีสลีย์ และเฮอร์ไมโอนี เกรนเจอร์ ซึ่งทั้งหมดเป็นนักเรียนโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ โครงเรื่องหลักเกี่ยวกับภารกิจของแฮร์รี่ในการเอาชนะพ่อมดมืดที่ชั่วร้าย ลอร์ดโวลเดอมอร์ ผู้มีเป้าหมายเพื่อพิชิตประชากรไม่มีอำนวจวิเศษ
พิชิตโลกพ่อมด และทำลายทุกคนที่ขัดขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แฮร์รี่ พอตเตอร์ หนังสือทำยอดขายประมาณ 450 ล้านเล่มทั่วโลก
และมีการแปลไปเป็นภาษาต่าง ๆ 67 ภาษา
โดยภาษาไทยมีผู้แปลทั้งหมด 3 คน สุมาลี บำรุงสุข,วลีพร หวังซื่อกุล และงามพรรณ เวชชาชีวะ และหนังสือเล่มสุดท้ายของชุดยังเป็นสถิติหนังสือที่จำหน่ายออกหมดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์
หนังสือชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์สามารถจัดเป็นวรรณกรรมได้หลายประเภท
(genre)
รวมทั้งแฟนตาซีและการเปลี่ยนผ่านของวัย (coming of age) โดยมีองค์ประกอบของวรรณกรรมประเภทลึกลับ ตื่นเต้นสยองขวัญ ผจญภัย
และโรแมนซ์ และมีความหายและการสื่อถึงวัฒนธรรมหลายอย่างตามข้อมูลของโรว์ลิง
ธีมหลักของเรื่อง คือความตายแม้โดยพื้นฐานแล้วงานนี้ถูกมองว่าเป็นผลงานวรรณกรรมเด็ก
นอกจากนี้ยังมีธีมอื่นอีกมากมายในชุด เช่น ความรักและอคติ และที่สำคัญหนังสือทั้งเจ็ดเล่มถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์โดย วอร์เนอร์บราเธอร์ส จำนวนแปดภาค
โดยเนื้อเรื่องในหนังสือเล่มที่เจ็ด ผู้สร้างได้แบ่งออกเป็นสองตอน
ภาพยนตร์ชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์เป็นชุดภาพยนตร์ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล นอกจากนี้
ยังได้มีการผลิตสินค้าควบกันอีกจำนวนมาก ซึ่งทำให้ยี่ห้อแฮร์รี่
พอตเตอร์มีมูลค่ามากกว่า 15,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ
และเนื่องจากในปัจจุบันเทคโนโลยีได้ก้าวไกลไปมากมีการนำสื่อมัลติมีเดียมาพัฒนาให้มีการปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งานมากขึ้นจึงทำให้ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมามีคำว่า Interactive ปรากฏตามสื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็น หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ และอินเตอร์เน็ตในฐานะของสื่ออีกรูปแบบหนึ่งที่โต้ตอบกับมนุษย์ได้ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมทั้งในประเทศเองและต่างประเทศ
และในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา Interactive ก็ยิ่งมีความนิยมมากขึ้นอีกเพราะความสามารถในการโต้ตอบที่สูงขึ้น ปัจจุบัน
Interactive เข้ามามีบทบาทใกล้ชิดกับมนุษย์มากขึ้นเรียกได้ว่ามองไปทางไหนก็เห็น
จับอะไรก็เจอ ยกตัวอย่างใกล้ตัวที่สุดก็คือโทรศัพท์มือถือที่เป็นจอ Touch
Screen ไม่ว่าจะเป็น iPhone5,The new iPad,Android
tablet ยี่ห้อต่างๆ หรือเวลาเราเข้าเดินไป 7-eleven ประตูก็เปิดให้เอง ก็คืออินเตอร์แอคทีฟหลักการง่ายๆก็คือมี Sensor จับความเคลื่อนไหวอยู่ที่หน้าประตู ถ้ามีคนหรือหมาเดินมา Sensor ก็จะสั่งให้ motor และลำโพงทำงาน นอกจากการพบเจอ Interactive ในชีวิตประจำวันแล้ว ยังรวมทั้งสื่อการสอนเรียนการสอนที่เรียกว่า CAI
(Computer Assisted Instruction) หลายคนๆคงคุ้นเคยกันไม่มากก็น้อย
,Interactive Board ที่ใช้ในการเรียนการสอน,การจัดนิทรรศ
หรือกิจกรรมตามงาน Event ต่าง ๆ Interactive
Media สื่อภายในพิพิธภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ ,การเปิดตัวสินค้าที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ของสินค้าให้มีความทันสมัยโดยใช้ Interactive
marketing แบบต่างๆ เข้ามาช่วยในการทำการตลาด เช่น Interactive
Floor/Wall , Multi-touch Board / Table ก็ล้วนแต่เป็นสื่อ Interactive
ทั้งนั้นทำให้สื่อมัลติมีเดียเป็นสื่อที่สามารถตอบสนองต่อลักษณะและความต้องการของเด็กในยุคสมัยใหม่ที่ใช้ชีวิตอยู่กับเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดีทีเดียว
เราสามารถใช้สื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษาได้ในลักษณะต่างๆเช่น
การปรับเข้าหาผู้เรียน
ถึงแม้ว่าการใช้คอมพิวเตอร์ในลักษณะสื่อประสมมัลติมีเดียจะเป็นสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ในการศึกษามากมายเพียงใดก็ตาม
แต่เป็นสิ่งที่แน่นอนว่าคอมพิวเตอร์จะไม่มีวันแทนห้องเรียนได้
ทั้งนี้เนื่องจากการเรียนในห้องเรียนนั้นเป็นการเรียนทู้เรียนจะต้องมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกับบุคคลอื่นๆอีกมากมายซึ่งการเรียนด้วยคอมพิวเตอร์ไม่มีวันจะทำเช่นนั้นได้
อย่างไรก็ตาม
การใช้คอมพิวเตอร์ในการศึกษาจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการเรียนในห้องเรียนปกติได้เป็นอย่างมาก
และเกมส์เพื่อการศึกษา การใช้เกมส์ในลักษณะของมัลติมีเดียจะเป็นสิ่งดึงดูดความสนใจของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี
นอกเหนือไปจากความสนุกสนานจากการเล่นเกมส์ตามปกติ
เกมส์ต่างๆจะมีการสอดแทรกความรู้ด้านต่างๆ เช่น คำศัพท์ ความหมายของวัตถุ
แผนที่ทางภูมิศาสตร์ การฝึกทักษะด้านความเร็วในการคิดคำนวณ เป็นต้นและนอกจากนี้การสอนและการทบทวนก็สามารถทำได้ตามความต้องการและตามความสนใจของนักเรียนอีกด้วย
และในอนาคตข้างนี้สื่อมัลติมีเดียก็คงจะถูกพัฒนาให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากกว่าปัจจุบันเพื่อให้เหมาะสมกับการเรียนรู้และการศึกษาที่ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น
ทุกวันนี้จะมองไปทางไหนก็จะเห็นผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็น
I-Phone I-Pad และ Tablet
PC ส่วนสาเหตุที่ทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นที่นิยม นั่นเป็นเพราะประโยชน์อันหลากหลาย
และรูปแบบที่ทันสมัย พกพาได้สะดวกสบาย จะใช้ต่ออินเตอร์เน็ตก็ได้ ถ่ายรูปก็ดี
เป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้ เช็คข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็วทันใจ
อ่านหนังสืออิเลคทรอนิคส์หรือ E-Book ก็ยังได้ ทำให้ผู้คนในยุคสมัยนี้หันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีมากขึ้น
ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาเพราะเมื่อมนุษย์ไม่หยุดคิดค้นวิทยาการใหม่ๆโลกก็ต้องมีการพัฒนาและเกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆขึ้นมากมายทั้งด้านสังคม
ด้านเศรษฐกิจ
และรวมถึงด้านการศึกษาที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนการสอนให้มีความก้าวไกลตามให้ทันเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่อยู่เสมอ
มีอุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากมายเช่น
คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค เครื่องฉายโปรเจคเตอร์ ไมโครโพน ลำโพง ดังนั้นจึงมีการจัดตั้งศูนย์บริการสื่อและ
ในส่วนของนิสิตจะให้บริการในเรื่องของสื่อการเรียนการสอนแบบอิเลคทรอนิกส์หรือ
E- Bookเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้นิสิตมีการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการค้นหาความรู้ด้วยตนเอง
ซึ่งมีการคัดเลือกหนังสือที่มีคุณค่ามาจัดทำเป็น E-Book และเผยแพร่ในประเทศไทยในลักษณะของการให้บริการวิชาการแก่หน่วยงานทั่วไป
โดยไม่มีค่าใช้จ่ายโดยได้รับความร่วมมือจากบริษัท บุ๊ค โปรโมชั่น แอนด์ เซอร์วิส
จำกัด นอกจากนี้ยังมีการจัดการเรียนการสอนที่ผสมผสานสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือ E-Learning
ที่นิสิตสามารถเรียนรู้ได้ตามความต้องการและตามศักยภาพของแต่ละบุคคล
และการจัดทำ E-Portfolio เพื่อให้นิสิตจัดทำแฟ้มผลงานหรือ Portfolio ให้อยู่ในรูปของอิเล็กทรอนิกส์(E-Portfolio)เป็นกลวิธีที่ช่วยให้นิสิตสามารถสะสมผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และง่ายต่อการนำมาทบทวนเพื่อเผยแพร่เมื่อต้องการ